เมื่อขาบู๊ฯ...... | ภาค 1 | ภาค 2 | ภาค 3 | ภาค 4 | ภาค 5 | - กลับหน้าหลัก (Home) - |

 

เย็นวันนั้นเลยได้รางวัลพิเศษจากพี่อ้อย พี่ยา คือพี่เค้าจัดเลี้ยงอาหารทะเลบุฟเฟต์ + บาร์บีคิว และ คาราโอเกะ !!! ว้าวววว (บรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลาย ชื่นชมสิครับ เพราะรุ่นก่อนๆเนี่ย ยากส์จ้ะ ไม่ให้หรอก   เรื่องเอนเตอร์เทนเม้นท์น่ะ ประมาณว่า กลัวจะยาว .... จนเสียการเสียงานน่ะ แต่ครั้งนี้พิเศษเชียวน๊า ยิ่งพิเศษมากใหญ่เลยตรงไหนรู้มั้ย 

                         1. อาจารย์ปู่นั่งอยู่ด้วยจนเลิก

                         2. พี่ยา ขึ้นไปโชว์ซะหลายเพลง

                         3. พี่อ้อย ร้องด้วยนะ เออ ขนาดเพิ่งหายป่วยหนักมา ก็ยังร่วมเฮฮากับน้องๆด้วย

                         4. เป็นครั้งแรก (ไม่รู้จะครั้งเดียวรึเปล่า 555) ที่พี่สุพัฒน์ ร้องเพลง !!!!

                         5. พี่อู่ นี่ไม่ต้องห่วง ไม่ให้ร้อง มีเคือง 555

                         6. เพิ่งจะรู้ว่า คนเงียบๆ อย่างน้องยะ ร้องเพลงเพราะแฮะ (555)

                         7. อีกหลายๆคน ที่ปกติแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะร้องเพลงเพราะ โชว์ซะ .... บรื๊อส์

                อู้ย อีกหลายๆอย่างที่ไม่เคยเห็นหลายๆคนทำ (ฮา.......) และไม่รู้ว่าจะได้เห็นอีกเมื่อไหร่ 555 โดยที่งานนี้ No – L นะจ๊ะ ( ทุกงานที่เราจัดให้มีขึ้น เป็นกฎเหล็ก ที่ No – L ครับ)  

 

                ตอนที่ต่อข้อมูลและผ่านการเรียบเรียงด้วย Excel แล้ว ก็มาดูกันว่า เราเห็นอะไรกันมั่ง ในบทนี้อาจารย์ก็จะให้ทำ Statement ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มแต่ละกลุ่ม ตาม Topic Question ที่ตั้งไว้ แล้วแสดงสิ่งที่เราไปพบมาสนับสนุน Topic นั้นๆ เมื่อได้สิ่งที่พบเห็นเข้ากับกลุ่ม ก็จะเป็นขั้นตอนของการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป

 

                เวลาผ่านไปเหมือนติดปีก สองวัน สามวัน สี่วัน ห้าวัน อะไรเนี่ย หกวันแล้วเหรอ แว๊บๆ ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันกลับบ้านแล้วสินะเนี่ย น้องๆจากใต้ล่าง ถึงกับบ่นว่า อยากให้มีอย่างนี้ทั้งเดือน เพราะการได้ออกมาจากพื้นที่ เท่ากับต่อชีวีไปได้อีกช่วงหนึ่ง ได้พูดคุยกับน้องๆในรุ่น 4 ที่มาจากพื้นที่เหล่านี้ ถึงได้รู้ว่าชีวิตของคนทำงานในพื้นที่อันตรายนี่เป็นอย่างไร ( มีงานวิจัยของนิจฉรา หัสมาน ในเรื่องนี้ นำเสนอในเวทีประชุมวิชาการประจำปี รุ่น 4 นี้ด้วย)

 

                แยกย้ายกันกลับบ้าน ..... จากกันด้วยความคิดถึง แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้กลัวๆ จากบรรดาพี่เลี้ยง (จอมสร้างสถานการณ์เขย่าขวัญน้องๆซะเรื่อย) ว่าคราวหน้าคืนข้อมูล หนักนะเออ

 

 

                เวลาผ่านไปไม่นาน ..... ก็ถึงวันที่เราจะได้กลับไปเที่ยวจังหวัดสตูล อีกครั้งหนึ่ง ในกิจกรรมการคืนข้อมูลสู่ชุมชน ในครั้งนี้ก็ได้ไปล่วงหน้าอีกเช่นเคย (อาจารย์คิดว่าจะไปติวให้เจ้าไก่ ... เจ้าของพื้นที่ ซึ่งเปล่าเลย ไม่ได้ไปติว แต่ไปดูเพื่อเอามาทำของเรามั่งต่างหาก) ไปดูถึงการเตรียมความพร้อมในเรื่องของสถานที่ ซึ่งครั้งนี้มีตัวเลือกหลายแห่ง เช่น ห้องประชุม รพ.ควนโดน, ห้องประชุม อบต., ห้องจัดเลี้ยงของ “ นกน้ำ รีสอร์ท” แต่ทีมกลางเลือกที่จะจัดที่นกน้ำรีสอร์ท เพราะหากเรื่องบางเรื่องไป “ โดน” อะไรในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเข้า จะได้ไม่เคืองกัน ซึ่งกุศโลบายนี้ถือว่าสุดยอดมากๆ การที่เราไปใช้สถานที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่มีเนื้อเรื่อง หรือเนื้อหาที่ “ แทงใจดำ” ใครต่อใครในหน่วยงานนั้นๆเข้า ภายภาคหน้าอาจจะเกิดปัญหาในการประสานงานกันระหว่างคนในพื้นที่นั้นๆก็ได้ ทีมวิจัยมาแล้วก็ไป แต่คนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องนั้นจะลำบากทั้งกายและใจเอาได้ การที่เราไปจัดที่ร้าน ซึ่งไม่ได้เป็นหน่วยงานใดๆ จึงมีความเป็นกลางอย่างแท้จริง ( ยกเว้นเจ้าของร้านจะเป็นข้าราชการหรือพนักงานในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งก็ ค่อยดูกันอีกที)

 

                ได้เวลารวมเหล่ารุ่น 4 ใต้อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เสียงทักทายกันให้แซ่ดไปหมด เพราะสนิทสนมกันทั่วทุกคนแล้ว เรียกว่าต้องเว้นช่วงเวลาให้ทักทายกันครึ่งวันแรกเชียวละ ในการกลับมาเยือนสตูลครั้งนี้ได้เปลี่ยนที่พักไปอยู่อีกโรงแรมหนึ่ง เพราะที่เดิมนี่เหล่าสมาชิกติกันนักหนาว่าอาหารแต่ละมื้อ “ กินไม่ลง” ต้องออกไปหากินที่ร้านในตลาดโน่น คราวนี้ทีมกลางก็เลยเลือกที่พักกลางตลาดให้ซะเลย (ในเมืองสตูล มีโรงแรมที่รองรับการจัดการอบรมแบบนี้เพียง 2 แห่ง เท่านั้นเอง) ก็สะดวกในการแว๊บ แต่ไม่ยักกะมีใครแว๊บแฮะ เพราะครั้งนี้ทุกคนจะต้องเรียนรู้ในการนำเสนอข้อมูล ข้อค้นพบ โดยให้ระดมความคิดกันว่าในข้อมูลที่ได้มา จะนำไปให้ชุมชนนั้นอย่างไร จึงจะเกิดผลในทางปฏิบัติโดยที่ให้บุคคลในชุมชนยอมรับและนำไปใช้ ทั้งกลุ่มได้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และสำเร็จในตอน 04.30 น. ในวันที่จะคืนข้อมูล (คืนนั้นทีมปฏิบัติการพิเศษ นั่งทำงานออกแบบ PowerPoint สำหรับการนำเสนอ และปรับแก้สคริปต์ พร้อมทั้งซ้อมเจ้าไก่ เอ้ย ..... ไม่ใช่ ๆ ๆ  ซักซ้อมการนำเสนอของเจ้าไก่ เจ้าของเรื่อง พอเช้า ขบวนก็แห่ออกจากโรงแรมที่พัก ไปที่จัดงาน (ห่างกัน 10 กว่ากิโลเมตร) ไปถึงก็ทำตามที่ได้ซักซ้อมกันไว้ แผนกจัดสถานที่ก็จัด ๆๆๆ ย้ายโน่น ย้ายนี่ ย้ายไปย้ายมาจนเจ้าของรีสอร์ทชักฉุนๆ ออกมาบอกว่า พี่ๆ ไปจัดที่อื่นเหอะ มารื้อร้านผมหมดเลย ต้องส่งทูตไปเจรจาบอกว่า น่า นะ เดี๋ยวจะจัดคืนให้เหมือนเดิมเลย แต่ที่ต้องทำแบบนี้ จะเป็นผลดีของเจ้าของร้านต่อไปในภายภาคหน้านะ ...

 

                ขยายความตรงนี้หน่อย สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยวัฒนธรรมของชาวมุสลิม คือชาวมุสลิมที่เคร่งครัด เขาจะสวดมนต์หลังจากทานอาหารกลางวัน และตอนบ่าย – เย็น ก็จะอีกรอบหนึ่ง และการสวดมนต์นี้จะแยกพื้นที่ของผู้ชาย – ผู้หญิง ซึ่งที่รีสอร์ทนี้มีซุ้มให้ทำพิธีนี้เล็กนิดเดียว เมื่อเทียบกับผู้ที่เราเชิญมาร่วมงานแล้ว คงต้องค่อยๆเข้าไปใช้ทีละ 5 คน จะนานมาก ทีมงานก็เลยจัดแบ่งตรงหลังห้องประชุมนั่นแหละ กั้นม่านเป็นสองจุด สำหรับชายหญิง โอ้ว ... ทำพิธีอย่างสบายมาก (เย็นสบาย เพราะอยู่ในพื้นที่ห้องประชุม) และเมื่อใช้พื้นที่ทำพิธี จึงต้องการความสำรวมและสะอาด เราจึงให้ถอดรองเท้าเข้าห้องประชุมตั้งแต่เริ่มการประชุมตอนแรกซะเลย ( คลิกครั้งนี้ อาจารย์ปู่กะเหล่าบรรดาพี่เลี้ยงวางแผนกันอีกแหละ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉยๆนะเออ)   เจ้า ของร้านตอนแรกก็ยังเหล่ๆอยู่ แต่เมื่อผู้มาร่วมกิจกรรม พักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เข้าทำพิธีพร้อมๆกัน เจ้าของร้านมาบอกภายหลังว่า “ ขนลุกเลย ขอบคุณจริงๆนะ คิดได้ไงเนี่ย ได้ใจคนพื้นที่สุดๆเลยครับเนี่ย” จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รีสอร์ทแห่งนั้นขายดีขึ้นอีกมากมายหลายเท่า ใครๆก็อยากไปจัดประชุมที่นั่น เพราะทำได้หลากหลายรูปแบบ ตอบสนองวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ครบถ้วน นี่ก็เห็นว่าขยายห้องประชุมเพิ่มอีกห้อง เป็นเรื่องเล่าขานกันมาจนถึงทุกวันนี้เลยละ

 

                การคืนข้อมูลก็เช่นกัน ทั้งๆที่เราก็ดำเนินการ เตรียมการนำเสนออย่างดี อยู่ด้วยกันยันเช้า แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเนื้อหานั้นจะ “ โดนใจ” ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมแค่ไหน แต่เจ้าไก่ก็สามารถตรึงผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ตระหนัก และตั้งใจจริงที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหา คือเราได้ไปเห็นเนื้อหาของรุ่น 4 อิสานมาแล้ว ซึ่งชัดเจนแจ่มแจ๋ว จนทำให้ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข คือภาวะเด็กขาดสารอาหารอย่างรุนแรง แต่เนื้อหาของรุ่น 4 ใต้ เป็นเรื่องของ EQ ในเด็ก ถ้ามองหัวข้อแล้ว EQ นี่ ความรู้ของเราก็ยังไม่ค่อยชัดเจนนะ แต่สิ่งที่ค้นพบกลับเป็นเรื่องที่ชุมชน “ อึ้ง” ถึงขนาดแสดงความร่วมมือที่จะช่วยแก้ไขกันอย่างจริงจัง เพราะว่าสิ่งที่ไก่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหานั้น ชัดเจนมาก คือ ความก้าวร้าวของเด็กๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยภาวะ การเลี้ยงดูเปลี่ยนไป ชุมชนได้ให้ข้อมูลเพิ่มถึงปัญหายาเสพติด ซึ่งมาจากเด็กที่ขาด EQ จากการเลี้ยงดูวัยเยาว์ เกิดความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันตั้งแต่วันนั้น มาจวบจนทุกวันนี้

 

                ในตอนเย็น หลังจากที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม กลับกันไปหมดแล้ว อาจารย์ได้ให้สรุปกิจกรรมว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วอาจารย์ก็หันมาถามเราว่า ว่าไงล่ะ พี่เลี้ยง แต่แรกคิดไว้ว่าไง แล้วผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร เราก็เลยเล่าให้ทุกคนฟังว่า จากการที่ได้ไปเห็นการคืนข้อมูลของรุ่น 4 อิสาน ทำให้เราหนักใจในรุ่น 4 ใต้เป็นอย่างมาก คือเรื่อง EQ ดูแล้วไม่ “ หนักแน่น” เท่าเรื่องขาดสารอาหารเนอะ.. แต่ผู้นำเสนอทำได้สุดยอดเลย แถม Setting ที่ลิขิตโดยอาจารย์เนี่ย ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เกิดความประทับใจ ไม่หนีหายไปไหนเลยซักคนเดียว ถือว่า 100 % ทีเดียวเชียวละ ได้มุขแซวกันกับอาจารย์ว่า เนี่ย ถ้าเป็นเรื่องมวยนะ พี่เลี้ยงโยนผ้ายอมแพ้แล้วละ แต่งานนี้พลิกล๊อกน่ะครับ พี่เลี้ยงเลยกระเป๋าฉีก (ฮา.....)  

 

                การคืนข้อมูลผ่านพ้นไปด้วยดี และก็ถึงเวลาที่จะแยกย้ายกันกลับไปทำงานวิจัยของตัวเองให้เสร็จซะที เพราะคราวหน้าที่พบกันน่ะ งานของทุกคนจะต้องแล้วเสร็จและมารายงานผลในที่ประชุมย่อย เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเสนอผลงานในเวทีใหญ่ต่อไป และพี่เลี้ยงทั้งหลายก็หยอดยาหอม (ขมๆ) ว่า คราวหน้านี่แหละ ตายแน่นอน ต้องทำให้ตาย แล้วจะชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ ให้เป็นคนใหม่ที่แจ๋วแหววไปแสดงผลงานในเวทีระดับชาติเลยเชียวละ

 

 

                และแล้ว ...... วันเชือดก็มาถึง .....  

                หลายคนเข้าที่พักแล้วก็จับกลุ่มกันพูดคุยเสียงค่อยๆ ประมาณว่าหวาดวิตกกับคำขู่ของบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลาย ว่าต้องตาย ๆ ๆ ๆ และก็หลายคน งานยังไม่เสร็จ ก็รีบมาปั่นๆๆในโรงแรมที่พัก ซึ่งในครั้งนี้ อาจารย์ปล่อยให้จัดการกับตัวเอง 1 วัน ก่อนที่จะเข้ากระบวนการเรียนรู้การนำเสนอด้วยวาจา เมื่อเริ่มเรียนก็ยังมองเห็นสมาชิกยังแอบๆทำงานที่คั่งค้างของตนเองอยู่ เพื่อนๆที่ทำงานเสร็จแล้วก็มาช่วยเหลือกัน เป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก 

 

                ที่บอกว่าต้องตาย ๆ ๆ ก็คงจะเป็นอย่างงั้นจริงๆแหละครับ เพราะว่า การนำเรื่องราวที่ได้ไปเก็บข้อมูลในการวิจัยของแต่ละคนเนี่ย ล้วนแล้วแต่หลากหลายมากมาย ไหนจะต้องมาร้อยเรียงให้เกิดข้อสรุปและข้อค้นพบ ไหนจะต้องมาเรียนรู้การนำเสนอผลงาน ไหนจะต้องเรียนรู้การทำ PowerPoint ฯลฯ ซึ่งจะต้องทำให้แล้วเสร็จในเวลา 2 วัน!!! ซึ่งใครต่อใครก็ต้องร้อง อู้หู สองวันเองเหรอ ครับใช่ และทุกคนก็ผ่านกระบวนการนั้นมาแล้ว (ประมาณว่า เคย “ ตาย” มาแล้วทั้งนั้น 555) เพราะเมื่อเรียนรู้ครบถ้วนแล้ว ทุกคนก็จะต้องนำเสนองานวิจัยของตนเองให้กับคณะอาจารย์ดู และวิพากษ์งานวิจัยนั้น พร้อมทั้งวิพากษ์ในทุกๆเรื่อง ตั้งแต่ลีลา น้ำเสียง เนื้อหาของงาน การจัดลำดับการนำเสนอ ฯลฯ ซึ่งอาจารย์และบรรดาพี่เลี้ยงก็จะถอดวิญญาณของความเมตตาปราณี มาสวมบทโหด เพื่อให้เกิดอาการ DOT (Death on Tether) ให้จงได้ เพื่อที่ผู้วิจัยจะได้เกิดอาการ “ จำไปจนวันตาย” ไงครับ (ฮา........)

 

                หลังจากที่ “ ตาย” กันถ้วนหน้าแล้ว ก็จะเป็นการ “ ฟื้นคืนชีพ” ซึ่งอาจารย์ก็จะสอนเทคนิคในการนำเสนองานอย่างมืออาชีพให้กับพวกเรา ตอนนี้ทุกคนก็จะเป็น “ คนใหม่” ที่พร้อมจะขึ้นได้ทุกเวที ทุกที่ ทุกเวลา และสิ่งที่เหนืออื่นใดคือ “Back to Nature” คือการทำตัวให้ธรรมดา แต่งานของเรานั้นไม่ธรรมดา

 

                           อ้าว หมดเวลาอีกแล้วละ กลับไปทำการทำงานได้แล้ว .... 

            และแล้ว การประชุมวิชาการประจำปีก็มาถึง ในการรวมตัวกันครั้งนี้ ก็มีการทบทวนการนำเสนอ และการซักซ้อมอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ขึ้นเวทีนำเสนอได้อย่างเต็มภาคภูมิ นำผลงานที่ได้ไปทำ ไปพบเห็น มารายงานต่ออาจารย์จากหลายสถาบัน นักวิชาการ ตลอดจนผู้สนใจที่มาจากทุกสารทิศ การแสดงความเป็นมืออาชีพของพวกเรา เริ่มจากการจัดการทุกอย่างในการประชุม คือสมาชิกของชมรมฯทุกรุ่น ร่วมแรงร่วมมือจัดกันเองไม่ได้จ้างผู้จัดการประชุมจากที่อื่นใด แต่ละคนถูกมอบหมายหน้าที่ในส่วนกลาง แล้วยังจะต้องดูแลเรื่องงานนำเสนอของแต่ละบุคคลอีก เป็นการฝึกการทำงานหลายด้านในเวลาเดียวกัน ซึ่งเมื่อมาจนถึงวันนี้แล้ว เราถูกเคี่ยวกรำให้ทำงานหลายๆอย่างได้ในระยะเวลาที่น้อยนิดสบายมาก สังเกตจากทุกคนกระตือรือร้นที่จะช่วยงานกองกลาง อาสาดูแลห้องแต่ละห้อง ที่มีความชำนาญด้านโสตทัศนูปกรณ์ ก็จะคอยช่วยดูแลในห้องนำเสนอของแต่ละคน ทำให้นึกถึงปีที่แล้ว ที่เราก็เข้ามาดูๆช่วยห้องนำเสนอ 1 ซึ่งมองเห็นความร่วมมืออย่างจริงใจแล้วก็นึกปลื้มใจแทนพี่ๆที่เป็นบอร์ดของ ชมรมฯไม่ได้ พี่ๆคอยดูแลแนะนำ น้องๆก็คอยไปดำเนินการด้านต่างๆตามความถนัด ที่เป็นพิธีกรเก่งก็อาสาทำให้ในแต่ละห้อง แถมยังมีมือ 1 มือ 2 กันด้วยนะ ( คือ วันนี้เป็นวันที่เธอนำเสนอ ฉันทำให้ พรุ่งนี้ค่อยเปลี่ยนกัน ทำนองนี้) เพราะรุ่น 4 นี่มีจำนวนมากกว่ารุ่น 3 เยอะ (รวม Node อิสาน + ใต้ + มหาสารคาม มีนักวิจัยถึง 103 คน)

 

                ไม่น่าเชื่อ ว่าการจัดประชุมวิชาการ 3 วัน มีงานนำเสนอถึง 103 เรื่อง และสังเคราะห์อีก 2 เรื่อง มีปาฐกถา, มีการเชิญวิทยากรพิเศษมาพูด ( ปีนี้เชิญคุณ” หนูดี”) และเรื่องราวอีกมากมายให้จัดการ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ที่รับประทานอาหาร เอกสาร ฯลฯ กลับไม่ต้องจ้าง Organizer เลย ทำกันเองตามประสาพี่ๆน้องๆ แต่กลับได้งานเฉกเช่นที่มืออาชีพด้าน Organizer เขาทำกัน ( อันนี้ผู้เข้าร่วมประชุมที่ไม่ได้สัมผัสกับกระบวนการอบรมนี้ฝากชมมา) คนฟังก็ยิ้มแก้มบานสิครับ เมื่อนึกถึงวันเวลาที่ผ่านมาจะเข้าใจเลยว่านี่คือสิ่งที่ได้เรียนรู้อย่าง ไม่รู้ตัวในตลอดปีหลักสูตรที่ผ่านมา ค่อยๆซึมซับเข้าไปในกายและจิตวิญญาณ และสามารถถ่ายทอดไปสู่คนอื่นได้เป็นอย่างดี

 

                วันเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก .... เสร็จสิ้นการประชุมวิชาการ พวกเราก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานต่อ ฝากไว้ซึ่งความคิดถึงซึ่งกันและกัน แต่ในรุ่นนี้ยังมีการเข้าอบรมอีกครั้งหนึ่งซึ่งเพิ่งจัดให้มี คือการเขียนรายงาน (Writing) เป็นการเสริมสร้างพลังให้แข็งแกร่งขึ้น โดยมี Concept ว่างานวิจัยออกมาดีมากๆ แต่หากไม่มีรายงาน หรือการบันทึกที่ดี ก็จะเลือนหายไปจากใจผู้คนในไม่ช้านาน ก็เลยมีวันเวลาให้หวนมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง

 

                ในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากเว้นช่วงเวลาให้หายเหนื่อยกันแล้ว เราก็มาเข้าคอร์สสุดท้ายของรุ่น 4 นั่นคือการเขียนรายงานวิจัย ในการเขียนรายงานนี้ อาจารย์ได้แนะนำว่ารายงานที่ดีควรมีเนื้อหาอะไรบ้าง และเชิญอาจารย์สมจิต จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งอาจารย์เป็นบรรณาธิการวารสารการพยาบาล ได้มาให้ความรู้ว่าเอกสารในมุมมองของผู้เป็นบรรณาธิการหนังสือ มองมุมไหน อย่างไร และอาจารย์สมจิตได้ให้มุมมองในมุมของนักวิชาการว่ารายงานน่าจะเป็นอย่างไร อีกด้วย ทำให้เราได้ความรู้ว่าคราวนี้จะเขียนอย่างไรให้ผู้อ่านสนใจและได้ความ ดังเช่นเราได้เรียนรู้เรื่องการนำเสนอด้วยวาจา ว่าทำอย่างไรจึงจะน่าสนใจมาแล้ว

 

                เหล่าชาวรุ่น 4 ใต้ ยังนัดแนะกันเลยว่า รวมแล้วเขียนรายงานครบทุกคนเมื่อไหร่ จะจัดทัวร์ “ นำรายงานไปส่ง” ที่นครราชสีมาเลยนะเนี่ย

            หกวันผ่านไปราวกับติดปีกบิน นี่เราจะต้องจากกันแล้วเหรอเนี่ย เหล่าชาว “4 ใต้” ก็เลยจัดงานเลี้ยงรุ่น โดยฝ่ายจัดการของรุ่น 4 ใต้ ได้ไปจองที่นั่งในเรือ “ ยกยอ” แล้วเราก็ไปสังสรรค์กันก่อนจาก ( ถ่ายรูปทำวีดีทัศน์ไว้ ขอดูและขอ Copy ได้ที่กรรมการรุ่น 4 ใต้เด้อ) ก่อนจะแยกย้ายจากกันก็ฝากกันไว้ว่าให้ส่ง “ ทายาท” ทางการงานมาเรียนในรุ่น 5 ด้วยนะ......

 

 

บทส่งท้าย ....  

                 สิ่งเหล่านี้คือความผูกพัน ความประทับใจ ที่เกิดจากการมาเรียนรู้ร่วมกัน เกิดเครือข่ายในทางการงานที่กว้างขวาง สนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกันตลอดมา และก็จะเป็นอย่างนี้ตลอดไป สังคมไหนถ้ามีสิ่งดีๆแบบนี้ สังคมนั้นย่อมมีแต่ความสุข และความเจริญก้าวหน้า เพราะทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลและห่วงใยกันและกันตลอดมา .... และตลอดไป

 

 

              ด้วยรักและผูกพัน

 

                                                                                     

“ อีตาจ้อน” ( ของหลายๆคน)

“ พี่จ้อน”     ( ของชนส่วนใหญ่)

 

เมื่อขาบู๊ฯ...... | ภาค 1 | ภาค 2 | ภาค 3 | ภาค 4 | ภาค 5 |